ข้อแนะนำ/แนวทางการประเมินตามระบบการรับรองห้องปฏิบัติการของประเทศไทย
มาตรฐาน TLAS G-20 (หรือข้อแนะนำ/แนวทางการประเมินตามระบบการรับรองห้องปฏิบัติการของประเทศ
ไทย - Thai Laboratory Accreditation Scheme) เป็นข้อกำหนดทางวิชาการและแนวปฏิบัติเชิงลึกที่อ้างอิง
ตามมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025 และหลักการขององค์กรระหว่างประเทศว่าด้วยการรับรองห้องปฏิบัติการ
(ILAC / APLAC) โดยมุ่งเน้นเรื่อง ความสมบูรณ์และ ความน่าเชื่อถือของผลการวัด ผลการทดสอบ และ
การสอบเทียบ (Measurement & Testing Metrological Traceability and Reliability)
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรวิทยาและระบบคุณภาพห้องปฏิบัติการ การอธิบายมาตรฐาน TLAS G-20 ในเชิง
วิชาการลึกซึ้ง สามารถแบ่งโครงสร้างและหลักการสำคัญทางมาตรวิทยาออกเป็น 6 เสาหลัก (6 Metrological
Pillars) ดังนี้:
หัวใจสำคัญสูงสุดของ TLAS G-20 คือการยืนยันว่า ค่าการวัดทุกค่าในห้องปฏิบัติการสามารถเชื่อมโยงกลับ
ไปสู่หน่วยฐาน SI (SI Units) ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ขาดสาย
Unbroken Chain of Comparisons: เครื่องมือและระบบการวัดต้องได้รับการสอบเทียบกลับไปยัง
มาตรฐานแห่งชาติ (National Metrology Institute - NMI) เช่น สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (สมช. /
NIMT) หรือ NMI ของต่างประเทศที่ได้รับการยอมรับร่วมในระดับสากล (CIPM MRA)
การประเมินใบรับรองการสอบเทียบ (Calibration Certificate Evaluation): TLAS G-20
กำหนดให้ห้องปฏิบัติการไม่เพียงแค่ "ส่งเครื่องมือไปสอบเทียบแล้วเก็บใบรับรอง” แต่ต้องประเมิน
วิชาการในใบรับรอง เช่น:
O ดูช่วงการวัด (Range) และความไม่แน่นอนของการวัดที่รายงาน (Expanded Uncertainty)
O ตรวจสอบว่าห้องปฏิบัติการสอบเทียบนั้นได้รับการรับรอง (Accredited Calibration Lab)
ตาม ISO/IEC 17025 ในขอบข่าย (Scope) และค่า CMC (Calibration and
Measurement Capability) ที่ครอบคลุมความต้องการของเครื่องมือเราหรือไม่
TLAS G-20 ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการประเมินความไม่แน่นอนของการวัด ซึ่งต้องสอดคล้องกับหลักการ
สากล GUM (Guide to the Expression of Uncertainty in Measurement / ISO/IEC Guide 98-3)
การจำแนกแหล่งที่มาของความไม่แน่นอน (Uncertainty Budget Analysis):
Type A Evaluation: การประเมินทางสถิติจากการวัดซ้ำ (Repeatability,
Reproducibility, Standard Deviation)
O Type B Evaluation: การประเมินจากข้อมูลอื่น เช่น ใบรับรองมาตรฐานสารอ้างอิง (CRM),
คุณสมบัติของเครื่องมือ (Resolution, Drift), สภาวะแวดล้อม (Temperature, Humidity
effects)
การรวมค่าความไม่แน่นอน (Combined Standard Uncertainty - $u_c$): ใช้กฎการส่งผ่านความ
ไม่แน่นอน (Law of Propagation of Uncertainty)
การรายงานค่าความไม่แน่นอนขยาย (Expanded Uncertainty - U): ต้องระบุระดับความเชื่อมั่น
(Level of Confidence) ที่มักใช้ประมาณ 95% พร้อมค่า Coverage Factor ($k=2$ หรือระบุ
effective degrees of freedom, $v_{eff}$ ตามสมการ Welch-Satterthwaite)
เพื่อให้แน่ใจว่าผลการวัดมีความถูกต้องแม่นยำสูง มาตรฐาน TLAS G-20 ได้กำหนดแนวทางทางวิชาการในการ
พิสูจน์ความยืนยันของวิธี (Validation) และการทวนสอบวิธี (Verification):
การประเมินพารามิเตอร์ทางมาตรวิทยา:
O Accuracy & Precision: แยกความแม่น (Trueness/Bias) และความเที่ยง (Precision:
Repeatability, Intermediate Precision)
O Selectivity / Specificity: ความสามารถในการวัดตัววิเคราะห์เป้าหมายโดยไม่ถูกแทรกแซง
จากสิ่งอื่น
O Limit of Detection (LOD) & Limit of Quantitation (LOQ): การหาขีดจำกัดการ
ตรวจวัดและขีดจำกัดการหาปริมาณ
O Linearity & Working Range: ช่วงการวัดเชิงเส้นและการตอบสนองของระบบวัด
O Robustness / Ruggedness Testing: ความทรหดของวิธีเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงปัจจัย
แวดล้อมเล็กน้อย
TLAS G-20 กำหนดแนวทางการบริหารจัดการสารอ้างอิงตามมาตรฐาน ISO 17034 เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพ
การวัดทางเคมีและชีวภาพ:
Certified Reference Materials (CRMs): สารอ้างอิงรับรองที่มีการระบุค่าคุณลักษณะ พร้อมค่า
ความไม่แน่นอนและใบรับรองการสอบกลับได้ทางมาตรวิทยา
การตรวจสอบความคงตัวและการสลายตัว (Stability & Homogeneity Checks):
ห้องปฏิบัติการต้องมีการวางแผนการจัดเก็บ สภาพแวดล้อม และกำหนดอายุการใช้งาน (Shelf life)
ตลอดจนการสอบทานระหว่างการใช้งาน (Intermediate Checks) เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของสาร
อ้างอิง
เพื่อรักษาเสถียรภาพและความน่าเชื่อถือทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง TLAS G-20 เน้นการควบคุมคุณภาพทั้ง
ภายในและภายนอก:
Internal Quality Control (IQC):
O การใช้ Control Charts (เช่น Shewhart Chart, Cusum Chart) เพื่อติดตามความคงที่ของ
กระบวนการวัด
O การทดสอบซ้ำ (Replicate Testing/Measuring) หรือการวัดตัวอย่างเดิมด้วยวิธีการต่างกัน
(Blind Sample Testing)
External Quality Assessment (EQA) / Proficiency Testing (PT):
O การเข้าร่วมการเปรียบเทียบผลระหว่างห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน ISO/IEC 17043
O การวิเคราะห์ค่าสถิติการทดสอบความสามารถ เช่น ค่า z-score หรือ $E_n$-number
(โดยเฉพาะงานสอบเทียบ ค่า $|E_n|\le1.0$ ถือว่าผ่านเกณฑ์ทางมาตรวิทยา)
ผลการวัดทางมาตรวิทยาที่มีความละเอียดสูงย่อมผันแปรตามสภาพแวดล้อม TLAS G-20 กำหนดข้อกำหนดทาง
วิชาการที่เข้มงวดเกี่ยวกับ:
Environmental Monitoring: การบันทึกและควบคุมอุณหภูมิ, ความชื้นสัมพัทธ์, การสั่นสะเทือน
(Vibration), สนามแม่เหล็กไฟฟ้า หรือฝุ่นละออง (Cleanroom standard) ที่อาจมีผลกระทบต่อ
ความตึง/ขยายตัวของวัสดุหรือวงจรอิเล็กทรอนิกส์ของเครื่องมือ
Handling & Isolation: การแยกพื้นที่ทดสอบ/สอบเทียบที่มีปัจจัยรบกวนออกจากกัน เพื่อป้องกัน
Cross-contamination หรือสัญญาณรบกวนทางไฟฟ้า/กลศาสตร์
การนำมาตรฐาน TLAS G-20 มาประยุกต์ใช้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการปฏิบัติตามข้อกำหนดแบบ
Checklist เท่านั้น แต่ต้องอาศัย "การคิดเชิงวิเคราะห์ทางมาตรวิทยา (Metrological Mindset)" ของ
บุคลากร เพื่อให้ทุกตัวเลขที่รายงานออกไปในใบรายงานผล (Test/Calibration Report) มีความถูกต้อง ลื่นไหล
สอบกลับได้ และมีค่าความไม่แน่นอนที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริง
ดาวน์โหลดเอกสารมาตรฐาน TLAS G-20 ฉบับเต็มเพื่อศึกษาเพิ่มเติม